โรคปอดอักเสบคืออะไร?
ฝ่ายการตลาด | 16 กันยายน 2568 เวลา 11:41
โรคปอดอักเสบ (pneumonia) หรือที่เรียกกันว่า “โรคปอดบวม” เป็นโรคที่สามารถพบได้บ่อยติดอันดับ 1 ใน 5 อันดับแรกของโรคติดต่อทางเดินหายใจ
ฝ่ายการตลาด | 16 กันยายน 2568 เวลา 11:41
โรคปอดอักเสบ (pneumonia) หรือที่เรียกกันว่า “โรคปอดบวม” เป็นโรคที่สามารถพบได้บ่อยติดอันดับ 1 ใน 5 อันดับแรกของโรคติดต่อทางเดินหายใจ
โรคปอดอักเสบ (pneumonia) หรือที่เรียกกันว่า “โรคปอดบวม” เป็นโรคที่สามารถพบได้บ่อยติดอันดับ 1 ใน 5 อันดับแรกของโรคติดต่อทางเดินหายใจ เป็นโรคที่มีการอักเสบของเนื้อปอด ทำให้ปอดทำงานที่ได้น้อยลง มักพบว่าเป็นอาการที่ต่อเนื่องจากโรคไข้หวัดใหญ่ หรือมีการติดเชื้อจากการไอจาม หรือจากการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ ซึ่งสามารถพบได้ในทุกเพศและทุกวัย และความรุนแรงของโรคจะมีโอกาสเพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรคหอบหืด โรคหัวใจ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง หรือ ผู้ป่วยที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง ผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัดหรือได้รับยากดภูมิเป็นเวลานาน รวมไปถึงกลุ่มเด็กเล็กและผู้สูงอายุ ทำให้โรคปอดอักเสบถูกจัดเป็นโรคร้ายแรงชนิดเฉียบพลัน ซึ่งทำให้เกิดการเจ็บป่วยรุนแรง และมีความเสี่ยงทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่าง

สาเหตุของการเกิดโรคปอดอักเสบ
ส่วนใหญ่มักเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อไวรัส (เช่น ไข้หวัดใหญ่ โควิด-19 อาร์เอสวี) จากการสูด สำลักสารคัดหลั่งจากช่องปากและคอ หรือการสูดหายใจเข้าสู่ทางเดินหายใจส่วนล่าง ในรายที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องอาจพบจากการติดเชื้อรา หรือเชื้อปรสิตเพิ่มเติมจากการติดเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อไวรัสจากระบบทางเดินหายใจอีกด้วย
________________________________________
ใครคือกลุ่มเสี่ยงของโรคปอดอักเสบ
– กลุ่มเด็กเล็ก / เด็กทารกที่มีภูมิคุ้มกันต่ำกว่าช่วงวัยอื่น
– กลุ่มผู้สูงอายุ / ผู้ที่มีโรคประจำตัว ได้แก่ โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง โรคไตวายเรื้อรัง โรคอ้วน โรคหลอดเลือดสมอง โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน เป็นต้น
– กลุ่มหญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ผู้ป่วยโรคเอดส์ ผู้ป่วยโรค SLE ผู้ป่วยที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน (เช่น ยากลุ่มสเตียรอยด์ ผู้ป่วยที่ได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะ เป็นต้น)
________________________________________
อาการของโรคปอดอักเสบ ที่ควรระวัง
ผู้ป่วยจะมีอาการไข้ ไอ อาจจะมีเสมหะร่วมหรือไม่ก็ได้ หายใจหอบเหนื่อย บางรายมีเจ็บหน้าอกเวลาไอและหายใจเข้า บางรายอาจมีอาการน้ำมูก คัดจมูก เจ็บคอ มีอาการปวดเมื่อยตามร่วมด้วย ในรายที่มีอาการรุนแรงจะมีอาการซึม สับสน อุณหภูมิกายต่ำ เสี่ยงที่จะเกิดภาวะช็อก มีความอิ่มตัวของออกซิเจนปลายนิ้วต่ำ (น้อยกว่า 90 เปอร์เซ็นต์) และภาวะหายใจล้มเหลว ซึ่งเป็นอันตรายต่อชีวิต ในเด็กเล็กอาจมีอาการท้องอืด ไม่ดูดนมหรือน้ำ อาเจียน

การรักษาโรคปอดอักเสบ
แบ่งเป็น 2 อาการ ดังนี้
– ในรายที่มีอาการไม่รุนแรง จะให้ยาปฏิชีวนะชนิดรับประทาน ร่วมกับการรักษาตามอาการ เช่น ยาลดไข้ ยาแก้ไอ ยาละลายเสมหะ เป็นต้น
– ในรายที่มีอาการรุนแรง เช่น มีอัตราการหายใจเร็ว ระดับออกซิเจนในเลือดต่ำ ความดันโลหิตต่ำ ซึมหรือสับสน จำเป็นต้องได้รับการรักษาในโรงพยาบาล โดยจะได้รับยาปฏิชีวนะชนิดฉีดเข้าหลอดเลือดดำ ร่วมกับการให้ออกซิเจนและการให้สารน้ำ รวมทั้งการรักษาตามอาการ เช่น ยาลดไข้ ยาแก้ไอ ยาละลายเสมหะ เป็นต้น
การป้องกันโรคปอดอักเสบ
โรคปอดอักเสบเป็นโรคที่ป้องกันได้ โดยมีแนวทางป้องกันคือ
1. ฉีดวัคซีนป้องกันปอดอักเสบจากเชื้อแบคทีเรียนิวโมคอคคัส ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคปอดอักเสบรุนแรงและเฉียบพลัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคประจำตัว หรือผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำ
2. ฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคประจำตัว หรือผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำ
3. รักษาสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ ออกกำลังกายเป็นประจำเพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน
4. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ในปริมาณที่เหมาะสม
5. รักษาสุขอนามัย ป้องกันการสัมผัสหรือการได้รับเชื้อ โดยการล้างมือทุกครั้งก่อนรับประทานอาหาร และหลังจากการหยิบจับสิ่งของทุกครั้ง