โทร

074 - 200200

โทร

074 - 200200

อุบัติเหตุฉุกเฉิน

074 - 200201

อย่าเพิ่งออกวิ่ง…หากคุณยังไม่ได้อ่านเรื่องนี้

ฝ่ายการตลาด | 23 กันยายน 2568 เวลา 09:40

อย่าเพิ่งออกวิ่ง…หากคุณยังไม่ได้อ่านเรื่องนี้ ทำไมการวิ่งอาจทำให้เสียชีวิตได้ ?

การวิ่งกลายเป็นกีฬายอดนิยมในสังคมไทย หลายคนหันมาออกกำลังกายด้วยการวิ่งหรือเข้าร่วมมาราธอน แต่สิ่งที่มักถูกมองข้ามคือ ความพร้อมของร่างกายและหัวใจ หากหัวใจมีความผิดปกติที่ซ่อนอยู่โดยไม่รู้ตัว ก็อาจนำไปสู่ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน หมดสติ หรือเสียชีวิตขณะวิ่งได้

 

ใจพร้อมวิ่ง…แล้วร่างกายคุณพร้อมหรือยัง?

สำหรับนักวิ่งที่มีใจรักการออกกำลังกาย การวิ่ง 10 กิโลเมตรอาจดูไม่ใช่เรื่องยาก แต่หากไม่เคยตรวจสุขภาพมาก่อน ก็อาจมีภาวะผิดปกติของหัวใจที่ยังไม่แสดงอาการออกมา เมื่อใช้ร่างกายหนัก ๆ ระหว่างวิ่ง ความผิดปกตินี้อาจปรากฏขึ้นอย่างเฉียบพลัน

  • นักวิ่งอายุน้อยกว่า 35 ปี มักมีความเสี่ยงจากภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะโดยกำเนิด
  • นักวิ่งที่มีอายุมากขึ้น ความเสี่ยงหลักคือหลอดเลือดหัวใจตีบ แตก หรือมีลิ่มเลือดอุดตัน ซึ่งอาจทำให้เกิด กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน

 

 

กันไว้ดีกว่าแก้

ตรวจเช็กความพร้อมของหัวใจ ก่อนลงวิ่งจริง

1. ตรวจ Calcium Score – ประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจ

การตรวจ CT Coronary Calcium Score เป็นการวัดระดับแคลเซียมที่ผนังหลอดเลือดหัวใจ ซึ่งช่วยประเมินความเสี่ยงของโรคหัวใจก่อนมีอาการหลายปี ค่าแคลเซียมที่ได้สามารถบอกแนวโน้มการเกิดหลอดเลือดตีบในอนาคตได้

ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดัน ไขมันในเลือดสูง หรือ ผู้ที่สูบบุหรี่ ควรตรวจเป็นพิเศษ เนื่องจากมีโอกาสเสี่ยงเกิดภาวะหัวใจวายเฉียบพลันมากกว่าคนทั่วไปหลายเท่า

2. ตรวจสมรรถภาพด้วยการวิ่งสายพาน (Exercise Stress Test – EST)

การตรวจนี้เปรียบเสมือนการจำลองสถานการณ์วิ่งจริงบนลู่วิ่งสายพาน โดยแพทย์จะติดเครื่องตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจเพื่อติดตามการทำงานของหัวใจ ขณะร่างกายใช้ออกซิเจนเพิ่มขึ้น

หากมีหลอดเลือดหัวใจตีบ เลือดจะไปเลี้ยงหัวใจไม่เพียงพอ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ซึ่งแพทย์สามารถใช้ข้อมูลนี้วางแผนการรักษาและป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้

หัวใจคืออวัยวะสำคัญที่สุดในการวิ่ง ไม่ว่าคุณจะฟิตร่างกายหรือมีใจรักการวิ่งแค่ไหน การ ตรวจเช็กความพร้อมของหัวใจ ถือเป็นสิ่งจำเป็นและไม่ควรถูกละเลย เพราะ “การป้องกัน” ย่อมดีกว่าต้องมา “แก้ไข” ทีหลัง