กระเพาะปัสสาวะอักเสบ โรคสุดแสบของชาวออฟฟิศ
ฝ่ายการตลาด | 21 มกราคม 2569 เวลา 10:55
ฝ่ายการตลาด | 21 มกราคม 2569 เวลา 10:55
กระเพาะปัสสาวะมีหน้าที่อะไร?
กระเพาะปัสสาวะเป็นอวัยวะรูปร่างคล้ายบอลลูน อยู่หลังกระดูกหัวหน่าวภายในอุ้งเชิงกราน ทำหน้าที่เก็บกักปัสสาวะได้ประมาณ 350–500 มิลลิลิตร ผนังประกอบด้วยกล้ามเนื้อเรียบ เมื่อปริมาณปัสสาวะเพิ่มขึ้น ผนังจะขยายตัวและบีบตัวเพื่อขับปัสสาวะออกทางท่อปัสสาวะตามกลไกธรรมชาติ โดยปกติจะไม่ทำให้เกิดอาการปวดหรือแสบ

________________________________________
กระเพาะปัสสาวะอักเสบเกิดจากอะไร?
โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ (Cystitis) ส่วนใหญ่มักเกิดจาก การติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ โดยพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย เนื่องจากท่อปัสสาวะสั้นกว่า ทำให้เชื้อโรคเข้าสู่กระเพาะปัสสาวะได้ง่าย นอกจากนี้ยังอาจเกิดจาก
• การกลั้นปัสสาวะบ่อย
• โครงสร้างระบบทางเดินปัสสาวะผิดปกติ
• นิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ
• ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ

________________________________________
อาการของโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ
1. ปวดปัสสาวะบ่อย วันละมากกว่า 10 ครั้ง และมักปวดตอนกลางคืน
2. ปัสสาวะแสบ ขัด หรือรู้สึกไม่สุด
3. เจ็บหรือเสียวบริเวณปลายท่อปัสสาวะหลังปัสสาวะ
4. บางรายอาจมีปัสสาวะปนเลือด

________________________________________
วิธีการตรวจวินิจฉัย
แพทย์จะพิจารณาจาก
1. การซักประวัติและตรวจร่างกายเบื้องต้น
2. การตรวจปัสสาวะ เพื่อหาเชื้อแบคทีเรีย เม็ดเลือดขาว หรือเลือด
3. หากสงสัยการติดเชื้อรุนแรง อาจส่งเพาะเชื้อปัสสาวะ
4. ในกรณีเรื้อรังหรืออาการรุนแรง อาจตรวจเพิ่มเติม เช่น
o ส่องกล้องทางเดินปัสสาวะ
o เอกซเรย์ หรืออัลตราซาวด์
o ตัดชิ้นเนื้อเพื่อตรวจ
________________________________________
แนวทางการรักษา
โดยทั่วไปแพทย์จะให้ยาปฏิชีวนะประมาณ 3–5 วัน
หากมีอาการรุนแรงหรือมีภาวะแทรกซ้อน อาจต้องรับประทานยา 7–10 วัน ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์
________________________________________
วิธีป้องกันกระเพาะปัสสาวะอักเสบ
1. หลีกเลี่ยงการกลั้นปัสสาวะนาน ๆ
2. ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8–10 แก้ว
3. ทำความสะอาดอวัยวะเพศอย่างถูกวิธี
o ผู้หญิงควรเช็ดจากหน้าไปหลังเสมอ
4. ปัสสาวะและทำความสะอาดร่างกายหลังมีเพศสัมพันธ์
.jpg)
________________________________________
หากมีอาการผิดปกติ เช่น ปัสสาวะแสบ ขัด หรือปวดบ่อย ควรรีบปรึกษา แพทย์เฉพาะทางระบบทางเดินปัสสาวะ เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสมตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ป้องกันการลุกลามและภาวะแทรกซ้อนในอนาคต