โทร

074 - 200200

โทร

074 - 200200

อุบัติเหตุฉุกเฉิน

074 - 200201

ปอดพังโดยไม่รู้ตัว ภัยเงียบจากบุหรี่

ฝ่ายการตลาด | 27 พฤษภาคม 2569 เวลา 15:28

การสูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสาเหตุหลักที่ทำลายปอด แบบไร้สัญญาณเตือนในระยะแรก เนื่องจากปอดเป็นอวัยวะที่ไม่มีเส้นประสาทรับความรู้สึกเจ็บปวด ทำให้ผู้สูบมักไม่ทราบว่าเนื้อปอดถูกทำลายไปมากแล้ว จนกระทั่งเริ่มมีอาการเหนื่อยหอบซึ่งมักเป็นสัญญาณว่าปอดเสียหายไปแล้วกว่า 50%การป้องกันและการรู้เท่าทันภัยเงียบนี้ สามารถสรุปสาระสำคัญเพื่อการเฝ้าระวังตนเองได้ดังนี้

4 โรคร้ายจากการสูบบุหรี่ที่ทำลายปอดอย่างเงียบๆ

  • โรคถุงลมโป่งพอง (Emphysema): สารพิษทำลายผนังถุงลมจนเนื้อปอดเสียความยืดหยุ่น
  • โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD): หลอดลมอักเสบเรื้อรังร่วมกับถุงลมโป่งพอง ทำให้หายใจลำบาก
  • ภาวะ EVALI (ปอดอักเสบรุนแรงจากบุหรี่ไฟฟ้า): เกิดจากสารเคมีในน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าเข้าไปทำลายเนื้อปอดเฉียบพลัน
  • มะเร็งปอด (Lung Cancer): สารก่อมะเร็งในควันบุหรี่เข้าไปเปลี่ยนเซลล์ปอดให้กลายเป็นเนื้อร้าย​

สัญญาณเตือน "ปอดพัง" ที่ต้องสังเกต

หากคุณหรือคนใกล้ชิดมีพฤติกรรมสูบบุหรี่ (รวมถึงผู้ที่ได้รับควันบุหรี่มือสอง) ควรเฝ้าระวังอาการเหล่านี้

  • ไอเรื้อรังติดต่อกันเกิน 2 สัปดาห์
  • เหนื่อยง่ายผิดปกติ แม้ทำกิจกรรมเดิมๆ ในชีวิตประจำวัน
  • หายใจมีเสียงหวีด หรือรู้สึกแน่นหน้าอก
  • ไอมีเสมหะปนเลือด
  • ติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจหรือเป็นปอดบวมบ่อยครั้ง

วิธีฟื้นฟูและดูแลปอดให้แข็งแรง

แนวทางการปฏิบัติตนตามคำแนะนำเพื่อกู้คืนสมรรถภาพปอด

หยุดสูบบุหรี่ทันที: การเลิกสูบส่งผลให้ปอดเริ่มซ่อมแซมตัวเองได้ตั้งแต่สัปดาห์แรก

ฝึกหายใจเข้าออกลึกๆ: ช่วยขยายถุงลมและเพิ่มความจุอากาศให้ปอด

ออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ: การเดินเร็วหรือวิ่งเหยาะๆ ช่วยเพิ่มสมรรถภาพการทำงานของปอดและหัวใจ

หลีกเลี่ยงมลพิษ: สวมหน้ากากอนามัยเมื่อต้องเผชิญฝุ่น PM 2.5 หรือควันพิษ

ตรวจสมรรถภาพปอด : ผู้ที่สูบบุหรี่เป็นประจำควรพบแพทย์เพื่อตรวจคัดกรองเป็นประจำทุกปี